ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

แหล่งเรียนรู้ ค้นคว้า และพัฒนาสติปัญญาเพื่อกองทัพไทย

ประวัติความเป็นมา

ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2447 ในสมัยที่นายพันตรี พระสุรเดชรณชิต (พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน) เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยทหารบก โดยมีครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเป็นผู้อำนวยการ มีหน้าที่เกี่ยวกับงานห้องสมุดทั้งปวง โดยใช้ชื่อว่า "ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยทหารบก" ตั้งอยู่ในห้องประชุมกองบังคับการโรงเรียนนายร้อยทหารบก ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีการแยกหมวดหมู่

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2458 เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบกและผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยมขณะนั้นได้ดำริให้หัวหน้าครูโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม (ถนนราชดำเนินนอก) มีการจัดหมวดหมู่หนังสือออกเป็น 6 หมวดวิชา ดังนี้

  • หมวดวิชาพงศาวดาร 270 เล่ม
  • หมวดวิชาสุภาษิต 202 เล่ม
  • หมวดวิชาอ่านเล่น 376 เล่ม
  • หมวดหนังสือพิมพ์บำรุงความรู้ 556 หน้า
  • หมวดหนังสือต่างประเทศ 197 เล่ม
  • หมวดหนังสือพิมพ์ รายเดือน รายปักษ์ รายสัตวาร

ได้มีพิธีเปิดห้องสมุดนี้เป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2458 เรียกชื่อว่าห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยทหารบก ในปี พ.ศ. 2468 ได้มีการรวมโรงเรียนนายร้อยชั้นปฐมและมัธยมเข้าด้วยกัน จึงได้มีการรวบรวมห้องสมุดทั้งสองแห่งเข้าด้วยกันเรียกว่า "ห้องสมุดกรมยุทธศึกษาทหารบก" และย้ายมาอยู่ชั้นล่างของห้องประชุมกรมยุทธศึกษาทหารบก มีคณะกรรมการจัดการห้องสมุดและเจ้าหน้าที่ประจำสำหรับให้บริการ โดยมีหัวหน้าแผนกอนุศาสนาจารย์เป็นบรรณารักษ์ และมีนายทหารสัญญาบัตรอีก 1 นายเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์

เมื่อมีการปรับหลักสูตรเป็น 5 ปี ตามแนวทางของโรงเรียนนายร้อยทหารเวสปอยต์ และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า" เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2491 นั้น ห้องสมุดจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ห้องสมุดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยมีรองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าทำหน้าที่ผู้อำนวยการห้องสมุด ต่อมาได้มีการดำเนินการจัดทำหมวดหมู่หนังสือสากลนิยมตามแบบดิวอี้ (Dewey's Decimal Classification หรือ D.D.C)

จนถึง พ.ศ. 2531 ได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น แผนกหอสมุดและพิพิธภัณฑ์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลังจากที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าย้ายสู่ที่ตั้งแห่งใหม่ที่จังหวัดนครนายก เมื่อ พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา และยกฐานะห้องสมุดให้เป็นแผนกในคราวนี้ด้วย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนระบบการจัดห้องสมุดใหม่เป็นระบบรัฐสภาอเมริกันหรือระบบ L.C. (Library of Congress) สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้